บ้านเรียนดวงตะวัน
ก้าวที่กล้ากับนักจิตอาสา
| บทความผู้ปกครอง - พ่อแป้ว |
ก้าวที่กล้ากับนักจิตอาสา
“ถ้าเรากำหนดคุณสมบัติเด็กไทยเราได้ เราอยากให้เด็กไทยเรามีวินัย เก่ง เป็นคนดี และที่สำคัญ มีค่านิยมที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นที่ลำบากหรือตกทุกข์ได้ยากกว่า”
ค่านิยมในฝันที่คนไทยทุกคนอยากเห็น ผมก็เป็นเช่นเดียวกัน ค่านิยมนี้อาจติดตัวผมมาตั้งแต่สมัยเป็น นศ. เรียนปริญญาตรีที่ มข. สมัยที่ทำกิจกรรมช่วยชาวบ้านต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรม จากการถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้มีอำนาจ กดขี่ผู้คนที่ด้อยกว่า จนยอมที่จะพาชาวบ้านรวมกลุ่มเรียกร้องความไม่เป็นธรรมเหล่านั้น
พอตัวเองกลายเป็นพ่อแม่ โฮมสคูล ที่ลงมือจัดการเรียนให้ลูกๆด้วยตนเอง ลูกๆก็ได้ซึมซับเอาประสบการณ์ การเรียนรู้ ของพ่อแม่โดยไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกที ก็ตอนที่ลูกสาว น้องน้ำฟ้า ขออาสาเป็นนักจิตอาสา ช่วยดูแลน้องๆที่ป่วยไข้ไม่สบาย ณ รพ.ศรีนครินทร์ มข. แผนกเด็ก
ก่อนหน้านี้น้ำฟ้าได้เดินทางไปเรียนภาษาจีนกลาง 2 ปีเต็ม ที่ศูนย์ภาษามหาวิทยาลัยฉือจี้ ประเทศไต้หวันอันเป็นแหล่งเรียนรู้ แนวทางจิตอาสาตัวพ่อ จึงซึมซับการเรียนรู้มาโดยไม่รู้ตัว จากการที่เคยไปช่วยเป็นนักจิตอาสาดูแลผู้ป่วยสูงวัย การร้องเพลงประกอบท่าทางให้ผู้ป่วยฟังหรือการใช้ภาษามือสื่อสารถ่ายทอดบทเพลงดีๆให้กับคนป่วยทางหูหรือดูแลเด็กๆชาวเขา ได้ซึมซับบ่มเพาะกลายเป็นประสบการณ์ติดตัวเธอมาโดยไม่รู้ตัว
\
แก้ไขล่าสุด (วันพุธที่ 31 สิงหาคม 2011 เวลา 17:45 น.)
แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง
แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่างบนเส้นทาง Home School ครบรอบ 10 ปี มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย-เด็กๆเติบโตขึ้นทุกวัน เก่งขึ้นทุกวัน พ่อแม่ผู้สอนเด็กๆก็เติบโตขึ้นตามกาลเวลา ตามประสบการณ์ที่สั่งสมการเรียนรู้ระหว่างพ่อแม่กับภาครัฐ ผู้ที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวก ก็ดูจะราบรื่นดีไม่มีปัญหาอะไรให้หนักใจวันที่ 28 เม.ย 54 เวลา 11.00 น. ทางบ้านเรียนดวงตะวัน ก็ได้มีโอกาสได้ต้อนรับท่าน ผอ.สายันต์ ผาน้อย ผอ.เขตพื้นที่เขตฯขอนแก่น พร้อมคณะได้ให้เกียติเดินทางมาเยี่ยมบ้านเรียนดวงตะวันเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ท่านย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผอ. เขตฯ นับเป็น ผอ. คนที่ 3 ที่เดินทางมาเยี่ยมHome school ของเรา ครั้งนี้ไม่รวมครั้งพิเศษที่คุณหญิง กษมา ได้มาเยี่ยมเราเมื่อปีก่อนบรรยากาศดูเป็นกันเอง ท่านนับเป็น ผอ.ที่มีวิสัยทัศน์ที่มอง Home school ด้วยมุมมองที่น่สนใจแก้ไขล่าสุด (วันพุธที่ 31 สิงหาคม 2011 เวลา 17:49 น.)
ศักดิ์และสิทธิ์ที่เท่าเทียม
เรียน Home School เขามีการประเมินมั้ย? - เรียน Home School จบแล้วได้วุฒิอะไร ? - วุฒิการศึกษาเทียบเท่าเด็กในระบบมั้ย ? - แล้วสามารถใช้วุฒิการศึกษาไปต่อมหาวิทยาลัยได้หรือเปล่า ? - เกรดที่ได้นำไปเทียบโอนรับรองเพื่อใช้สอบเข้าเอ็นทรานซ์ได้มั้ย ? คำถามเหล่านี้คือสิ่งที่ผู้คนสงสัยใคร่รู้ถูกถามมาตลอด
พ่อแม่ผู้ปกครองก็มองแต่มุมตนเองไม่เปิดใจกว้างๆ รับมัวแต่ติดท่าทีของภาครัฐ ภาครัฐก็ปิดกั้นไม่เปิดใจกว่างไม่ยอม ขอนแก่น Home School นำร่องแนวทางปรองดองที่แท้จริง ตั้งแต่ผมจัดการศึกษาให้ลูกมาครบ 10 ปี ในพื้นที่เขตการศึกษาเขต1ของแก่น จดทะเบียนราวปี 2547 โดย ผอ.กมล(ผอคนแรกที่รับจดทะเบียน) พร้อมจะทำความเข้าใจ นำหลักสูตรเข้าที่พิจารณาผ่านฉลุย จดทะเบียนกับเขตพื้นที่เกือบจะเป็นเขตแรกๆ (รองจากนครปฐม)
นพ.เกียงศักดิ์ ลาภจตุรพิธ ผอ. Home School บ้านเรียนดวงตะวัน ผู้ที่พยายามสร้างบรรยากาศแบบคิดชนะ – ชนะ ทั้งสองฝ่าย
เมื่อสองฝ่ายต่างคนต่างเข้าใจกันบรรยากาศแบบกัลยาณมิตรก็เกิดขึ้น ศึกษานิเทศน์ก็ไม่คิดว่าเป็นการเสียเวลาทีจะไปประเมินเด็กเพียง1คน
ทุกๆปีศึกษานิเทศ ก็จะเดินทางมาประเมินเด็กๆเทอมละ 1 ครั้ง ปีนี้ 2554 ก็มีการจัดมอบเอกสารประเมินเหมือนเช่นเคย พ่อแม่ผู้ปกครอง คำตอบสำหรับ ข้อสงสัยของคนทั่วไปสำหรับ คำถามข้างต้นจึงตอบได้ว่า - เด็กบ้านเรียนที่จัดการศึกษาแบบ Home School ได้สิทธิ์เท่าเทียมกับเด็กในระบบแน่นอนเพราะได้ใบปพ. 1-2-3 - ได้สิทธิ์รับค่าหัวตามช่วงชั้นทั่งค่าหนังสือตามโครงการเรียนของรัฐบาล - ได้รับการเข้าสอบ O-NET A-NET โดยทางเขตเป็นผู้ประสานงานให้สอบตามโรงเรียนใกล้บ้าน นอกจากนั้นยังมีการจัดเรียนร่วมระหว่างบ้านเรียนกับเด็กในระบบโรงเรียนเช่นโรงเรียนกัลยณวัตรซึ่งทางเขตพื้นที่ก็ได้ประสานให้ และ ดังนั้นการจัดการเรียนการสอนแบบ Home School บ้านเรียนดวงตะวัน กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น ที่มี ผอ.สายันต์
พ่อแป้ว - แม่ริน
Add a comment แก้ไขล่าสุด (วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2011 เวลา 17:53 น.) จุดเริ่มต้นจากหัวใจ เหมือนที่เคยกล่าวไว้ เวลา เหมือนดั่งสายลมที่ผ่านไปและไม่เคยหวนกับ หลงเหลือเพียงความทรงจำที่ยังคงอยู่ในหัวใจมาเสมอและยังคงอยู่ตลอดไป ......
การมีสมาธิจดจ่อกับงาน มีสมาธิดำเนินชีวิต
Add a comment ความชุ่มชื่นในจิตใจ
การเรียนรู้ รู้จักเพื่อน พี่ น้องๆ ในค่ายเป็นอีกหนึ่งความรู้สึกดีๆที่ได้รับ ความมีน้ำใจ เข้าใจกันและกันแม้จะมาจากที่ๆต่างกัน เพียงแค่อาทิตย์เดียวทำให้ฉันได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง ความเหนื่อยล้า ความเหนื่อยอ่อน การประสบปัญหา ทำให้เราค้นพบตัวตนของคนได้เป็นอย่างดี ในชีวิตของคนเรามีปัญหาร้อยแปดเข้ามาในชีวิตแล้วเราจะมีทางไหนที่แก้ไขด้วยใจที่สงบ ทางไหนที่จะค่อยๆจัดระเบียบความยุ่งเหยิงของปัญหาในชีวิต ธรรมยาตราผิวเผินอาจดูแค่การเดินจงกลม สงบสติ แต่หากท่านได้เข้าไปแล้วรับรองว่ามีอะไรมากกว่า การเดินจงกลม และการนั่งสมาธิ แน่นอน ธรรมยาตราจะทำให้ท่านรู้จักตัวเองมากขึ้น สำหรับตัวฉันธรรมยาตราเหมือนกับการปิดบัญชีของปีละมั่ง ............ Add a comment แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม 2011 เวลา 14:23 น.) ธรรมยาตรา ครั้งที่11
บ้านเรียนดวงตะวัน ร่วมเดินธรรมยาตรา ลุ่มน้ำลำประทาว ครั้งที่ 11 วันที่ 1 - 8 ธันวาคม 2553 ครั้งนี้เป็นปีที่ 4 แล้ว ที่ร่วมเดินเพื่อประกาศเจตนารมณ์ ร่วมเป็นผู้อนุรักษ์ธรรมชาติ และเพื่อเป็นการฝึกฝนตนเองในการอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ปีนี้มีแม่หมูเป็นผู้คอยดูแลและมีเด็กๆตั้งแต่ ป.1 คืออังคารและเอมี่ เป็นน้องใหม่ พี่ฝ้าย ป.2 มาเป็นปีที่ 2 จิว ป.4 เทียมและฟาง ม.1 พี่จันทร์ ม.2 พี่น้ำ ม.5 เด็กๆกลับมาอย่างสดใส พร้อมประสบพการณ์อันหาจากห้องเรียนไม่ได้ รวมภาพประทับใจ จากธรรมยาตรา ">ที่นี่ครับ Add a comment ความสุขของเด็ก 5 ขวบ
ความสุขของเด็กอายุ 5 ขวบ
2 IN 1
ถ้าถามถึงกิจกรรมที่เป็นกิจกรรมเด่น ที่ปฏิบัติกันมาทุกปีของ เด็กๆชาวบ้านเรียน เวลาผ่านไปราว 11.30 น. แปลงข้าวถูกตัดเรียบอาวุธเหลือแต่ตอโด่เด่ เด็ก ๆ
ใบตองเศษวัสดุธรรมชาติที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมถูกพับเป็นกลีบดอกบัวปักลงท่อน
เด็กทั้งหลายจึงกลายเป็นผู้สืบต่อ สืบสาน และดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณี เด็กไร้เดียงสากับคุณค่าที่ไม่อาจประเมินได้ แน่นอนการค้นหาคุณค่านี้ได้กับ
Add a comment แก้ไขล่าสุด (วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม 2010 เวลา 17:46 น.) จุดติด
ถ้าจะถามว่าเด็กแต่ละคนที่เกิดมามีอะไรเหมือนกันหรือมีอะไรแตกต่างกัน การเรียนที่ Home School แบบเฝ้ารอจังหวะเหมือนนักมวย น้องฟางข้าว หนึ่งในเด็กเคลื่อนไหวจากเจ็ดข้อทางพหุปัญญาที่มีทักษะ ทางการ
ทั้ง5ข้อ คือ การเฝ้าสังเกตที่ผ่านความอดทนที่จะรอคอย อดทนที่จะติดตาม ถ้าเปรียบเหมือนขุดบ่อก็เริ่มเจอตาน้ำรอน้ำแตกพรั่งพรูออกมาได้ใช้อย่าง ถ้าเปรียบเหมือนจุดไฟ ก็เริ่มเห็นเชื้อหรือเริ่มเห็นกระดาษ เริ่มเห็นหัวเชื้อ เชื้อไฟตัวจุดติดนี้ ก็คือ ความพรั่งพรู ความกระตือรือร้น ,อยากรู้ ข้อสังเกตที่เริ่มเห็นมันเป็นการจุดติดหนึ่งตัวอย่างของการศึกษาแบบบ้านเรียน ฟางข้าวเป็นเพียง 1 ตัวอย่างจากเด็กบ้านเรียนดวงตะวันกว่า 10 ชีวิต พ่อแป้ว -- แม่ริน
Add a comment แก้ไขล่าสุด (วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม 2010 เวลา 18:04 น.) ก็คนมันไม่มีเวลานี่นา..
ในที่สุด! ในที่สุด!! ในที่สุดก็ได้มาเขียนลงใน web board ของบ้านเรียนดวงตะวันของเราจนได้ เฮ้อ...อย่างนี้ค่อยสบายใจหน่อย ก็แหม ไม่อยากจะบอกคุณๆผู้อ่านเลยว่า จันทร์น่ะ สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะมาเขียนบทความบทเล็กๆ น่ารักๆ สักบทเอาไว้ให้ตัวเองภูมิใจว่า "ข้าก็เขียนบทความเป็นนะโว้ย ฮ่าฮ่าฮ่า เอิ้กๆ" (หัวเราะแบบคนที่กำลังคึกเต็มที่) ตั้งนานแล้วนี่นา ไม่อยากจะบอกเลยว่า... ประมาณ3-5เดือนได้แล้วมั้ง ที่ผัดวันประกันพรุ่งมาจนถึงบัดนี้ (ไม่ดีเลยเนาะ) ก็แหม...ไม่รู้ว่าวันเวลามันหายไปไหนหมดสิคะ นี่ขนาดว่าแม่ให้ใช้คอมพิวเตอร์อาทิตย์ละสามวัน วันละหนึ่งชั่วโมงแล้วนะคะ เวลามันยังไม่พออีก ก็คิดดูสิคะ พอเปิดคอมพิวเตอรฅ์ปุ๊ป คลิกที่ไอคอนอินเตอร์เน็ตอย่างเดียวเลยค่ะ ไม่เคยเหลียวแลเล้ย ว่ามีโปรแกรมอื่นๆที่แอบร้องไห้ต่อกระซิกเพราะจันไม่เคยชายตามองรึเปล่า (คอมพิวเตอร์นะคะ ไม่ใช่หนุ่มที่ไหน โถ่...) พอเข้าอินเตอร์เน็ตปุ๊บก็เปิดเฟซบุีคปั๊บ จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ว่าเล่นแต่เฟซบุ๊คหรอกค่ะ ที่ทำให้เวลาหมด ความจริงแล้วเปิดอะไรก็ไม่รู้ตั้งมากตั้งมาย บางวันเนี่ยนะคะ tap บนหน้าอินเตอร์เน็ต เบียดกันแน่นเอี๊ยด แบนติดกันอย่างกับไส้เดือนโดนรถทับกันเลยที่เดียวล่ะค่ะ บางวันเปิดยูทูปไว้ ประมาณ7tapได้มังคะ ดูได้แค่4เท่านั้น ที่เหลือนั่นดูไม่ทันค่ะ เวลามันหมด แต่จันทร์มีความลับอย่างหนึ่งมาบอกผู้อ่านค่ะ อ่านแล้วปิดปากให้สนิทเหมือนอมมะนาวเลยนะคะ เอางี้ดีกว่า เพื่อให้ความลับไม่รั่วไหล จันทร์จะนับหนึ่งถึงสามนะคะ พอนับถึงสามแล้วอมมะนาวกันเลยนะคะ เอ้า หนึ่ง สอง สาม อุ้บ อย่าลืมทำแก้มป่องๆเหมือนกำลังอมมะนาวอยู่นะคะ เมื่อเห็นว่าความลับของเราจะไปรั่วไหลแล้ว จันทร์ก็จะขอจัดแจงร้องร้องเป็นกลอนว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปนั้นคืออะไร ชะเอิงเอย... เอ้ย ไม่ใช่แล้ว! รู้สึกว่าจะนอกเรื่องกันไปใหญ่แล้ว คือเรื่องมันมีอยู่ว่า เป็นกาลและเวลาที่นานมากนัก ที่จันทร์ไม่ได้เปิดเว็บดวงตะวันเลย ไม่เปิดเลยจริงๆค่ะ ในความเป็นจริงแล้วก็อยากจะแก้ตัวอยุ่เหมือนกัน แต่ก็...นะ มันไม่ได้เปิดจริงๆ อย่างน้อยก็3-4เดือนนั่นแหละค่ะ ที่เว็บบ้านเรียนดวงตะวันไม่ได้เข้ามาอยู่ในtapอันแน่นเอี้ยดของจันทร์ เฮ้อ...แย่จังค่ะ บางวันคุณแม่ท่านก็มาเล่าให้ฟังว่าได้ไปอ่านบทความของพี่น้ำบ้าง หรือใครต่อใครบ้าง แม่บอกว่าเค้าเขียนกันดีอย่างนั้น ดีกันอย่างนี้ ก็อยากอ่านค่ะ แต่ปรากฏว่า พอเปิดคอมพิวเตอร์ปุ๊บ ก็อย่างที่บอกค่ะ เข้าเฟ๊ซบุ๊คปั้บ ก็แหม...คนมันไม่มีเวลาจริงๆนี่คะ ทำไงได้... Add a comment แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 02 พฤศจิกายน 2010 เวลา 21:08 น.) สร้างฝายได้บุญ |
















3 ธ.ค.53 เป็นวันครบรอบวันเกิด 5 ขวบ ของน้องวิน เด็กอนุบาลของบ้านเรียนดวงตะวัน น้องวินเป็นลูกชายของคุณครูมาศ ครูอนุบาลของเราซึ่งร่วมเรียนอยู่ในชั้นที่คุณแม่สอนด้วย วันเกิดของน้องวิน ครูมาศจึงต้องกลายเป็นคุณแม่ และแม่ใจก็เลยไปสวมบทบาทคุณครูเล่านิทานวันเกิดให้น้องวินโดยเฉพาะ

















